EF Line ครบสูตรจัดฟันเด็กเล็ก ปรับโครงหน้า แก้พฤติกรรมผิดปกติ

EF Line ครบสูตรจัดฟันเด็กเล็ก ปรับโครงหน้า แก้พฤติกรรมผิดปกติ ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางทันตกรรมในประเทศไทยและทั่วโลก ถูกปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นเรื่อย ๆอย่างรวมเร็วแบบก้าวกระโดดจนน่าตกใจ อีกทั้งยังค่อยๆลบล้างความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดให้กลับสู่แนวคิดที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม โดยใช้เหตุผลและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งความเชื่อหนึ่งที่หลายๆท่านนั้นเข้าใจผิดมาโดยตลอด และส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจผิดอยู่ นั่นก็คือ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรจัดฟัน ซึ่งอาจจะมีหลายๆเหตุผลที่ทำให้เกิดแนวความคิดแบบนี้ แต่ในปัจจุบันนั้นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ทำการศึกษาวิจัยและพบว่า การจัดฟันในเด็กสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยอุปกรณ์ทางทันตกรรมสุดล้ำสมัย EF Line

ซึ่งในวันนี้มาทำความรู้จักกับ EF Line อย่างละเอียดเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะคติของท่านผู้อ่านเรื่องการจัดฟันเด็ก รวมถึงประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า พฤติกรรมที่ส่งผลเสียเกี่ยวกับฟัน รวมถึงแก้อาการนอนกรน ซึ่ง EF Line สามาช่วยช่วยได้แบบครบเครื่องจนน่าตกใจ โดยรายละเอียดต่าง ๆมีดังต่อไปนี้

EF Line คืออะไร ?

EF Line เป็นชุดเครื่องมือทางทันตกรรม ที่สามารถใช้แก้ปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น รวมถึงจัดการฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ซึ่งถือว่า EF Line นั้นเป็นเครื่องมีที่มีความหลากหลายในการแก้ปัญหาที่ครบสูตรที่สุดในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่แล้วตามหลักการ EF Line จะสามารถใช้ได้ดีกับช่วงอายุประมาณ 4 ปี – 15 ปี โดยยิ่งใช้เร็วเท่าไหร่การรักษาก็จะง่ายขึ้นไปด้วยตามลำดับ

EF Line ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

หลายๆท่านอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว เกิดความสงสัยว่า EF Line ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เพราะที่กล่าวมาเยอะจนน่าประหลาดใจ แต่ขอบอกเลยว่า EF Line เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่คุ้มค่ามาก ๆ ซึ่งจะขอกล่าวถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆของอุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เข้าใจกันมากขึ้นว่ามีอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้

1. ฟันล่างสบคร่อมฟันบน

มีลักษณะฟังล่างหน้าสบคร่อมฟันบนหน้า อาจจะเป็นแค่ซี่เดียวหรือหลายซี่ก็ได้ ซึ่งถ้าหากว่าไม่รีบทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้เด็กเล็กอาจจะมีใบหน้าเว้าได้ในอนาคต

2. ฟันสบลึก

จะมีลักษณะฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากเกินกว่าปกติ ถ้าหากไม่รีบทำการรักษาอาจส่งผลให้ขากรรไกรล่างเจริญเติบโตน้อยผิดปกติ และส่งผลให้มักเกิดอาการบาดเจ็บที่เหงือกเพดานปากด้านในฟันหน้าบน

3. ฟันสบเปิด

จะมีลักษณะฟันหน้าบนและล่างมีความห่างในขณะที่สบกัน หากไม่รีบรักษาอาจส่งผลถึงการพูดที่ไม่ชัดเจนรวมถึงการกัดอาหารด้วยฟันหน้าอาจจะไม่ขาด

4. นิสัยดูดนิ้ว

การดูดนิ้วในเด็กอาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่เด็กๆจะทำเมื่อรู้สึกเครียดให้เกิดการผ่อนคลาย แต่พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เด็กมีอาการฟันหน้าสบเปิด หรือมีอาการฟันหน้ายื่นได้ หากว่าไม่รีบทำการรักษา

5. การกัดหรือดูดริมฝีปาก

พฤติกรรมการกัดปากหรือดูดริมฝีปากหลายคนอาจมองว่าไม่เห็นเป็นอะไรดูธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วพฤติกรรมแบบนี้จะทำให้เกิดความผิดปกติในช่องปากได้ เช่น ฟันหน้ายื่น ฟันซ้อนเก รวมถึงกล้ามเนื้อคางจะมีอาการเกร็งผิดปกติ

6. การหายใจทางปาก

ส่วนใหญ่เด็กที่มีการหายใจทางปากมักจะพบในบุคคลที่มีบางอย่างมารบกวนกระบวนการหายใจตามปกติ เช่น ภูมิแพ้ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นต้น หากปล่อยทิ้งไว้ผลเสียที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ขากรรไกรแคบกว่าปกติ สบฟันหน้าเปิด

7. คางเบี้ยว

มีอาการขากรรไกรล่างแบนไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากมีตำแหน่งฟันที่ผิดปกติ หรือการสูญเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้กระดูกเบ้าฟันส่วนนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติที่ควรจะเป็น รวมถึงฟันรอบข้างมีอาการบีบแคบลง

อาการที่กล่าวมาเหล่านี้เป็นความผิดปกติที่สามารถแก้ไขได้ในวัยเด็กเล็กด้วยอุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ซึ่งหากท่านรอให้บุตรหลานของท่าน อยู่ในวัยสิ้นสุดการเจริญเติบโตแล้ว จะทำให้การรักษานั้นอาจจะใช้เวลาที่นานหลายขั้นตอน หากพบว่าบุตรหลานของท่านมีอาหารผิดปกติดังที่กล่าวมา ควรรีบพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน